Home » May, 2010 Entries posted on “May, 2010”

ไฟตัดหมอก แฟชั่น..อันตราย!

ไฟตัดหมอก แฟชั่น..อันตราย!

เสียงบ่นจากผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนนมีมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับแสงไฟสว่างจ้าจนบางครั้งเกินความจำเป็น ที่สาดส่องมาจากรถที่วิ่งอยู่บนถนน
เสียงบ่นจากผู้ขับขี่รถยนต์บน ท้องถนนมีมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับแสงไฟสว่างจ้าจนบางครั้งเกินความจำเป็น ที่สาดส่องมาจากรถที่วิ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน
ไฟตัดหมอก อุปกรณ์แต่งรถที่กำลังเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วทั้งรถเก๋ง และรถปิกอัพ คือ ที่มาของแสงสว่างจ้าบนท้องถนนยามค่ำคืน
การเปิดไฟตัดหมอกอาจดูเท่ใน สายตาเจ้าของรถ แต่สำหรับผู้ขับขี่ที่โดนแสงไฟตัดหมอกที่ เปิดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม สาดใส่แล้วละก็กลับกลายเป็นความทุกข์ที่ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็น และต้องจำทนกับสภาพนี้โดยทำอะไรไม่ได้มากนอกจากขับหนี หรือปล่อยให้แซงหน้าไป
จากการใช้งานในช่วงเวลาที่ผิดนี้เอง อาจทำให้คุณประโยชน์ที่มีมหาศาลของไฟตัดหมอก กลายเป็นแค่สินค้าแฟชั่น ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุแก่รถยนต์คันอื่นบนท้องถนนได้
ความ จริงไฟตัดหมอกมี มานานแล้ว แต่ในเมืองไทยยังไม่เป็นที่นิยมเพราะราคาแพงและไม่มีความจำเป็น  จึงมีให้เห็นเฉพาะกับรถนำเข้าจากเขตเมืองหนาวหรือเขตเมืองที่อยู่สูงกว่า ระดับน้ำทะเลมากๆ เท่านั้น  ต่อมาค่านิยมเริ่มเปลี่ยนไป  เพราะการติดไฟตัดหมอกถือว่าเท่และทันสมัย ประกอบกับราคาที่ถูกลงจึงมีการหาซื้อมาดัดแปลงติดตั้งเพิ่มเติมกัน  แม้แต่รถที่ผลิตในเมืองไทยก็ยังนิยมติดไฟตัดหมอก
“ไฟตัดหมอก” ถือกำเนิดขึ้นมาในแถบประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง อากาศหนาว หรือประเทศที่เป็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำทำให้มีฝนตกบ่อยตลอดทั้งปี  มีบรรยากาศที่ขมุกขมัวหรือมีหมอกเป็นส่วนมาก ดังนั้น [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องรถ | Read More »

การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์

การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์

การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์ เป็นการกระตุ้นการทำงานของเครื่องยนต์ และตรวจเช็คสภาพความพร้อมระบบต่างๆ ของรถยนต์ เพราะเวลาอากาศเย็น ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์จะลดน้อยลง เพราะน้ำมันหล่อลื่นจะเกิดการจับตัวและมีความหนืดมาก ทำให้การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ช้าลง ถ้าไม่ได้วอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์อาจทำให้อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเกิดการสึก กร่อนได้ง่าย
การวอร์มเครื่อง ยนต์และแบตเตอรี่ก่อนการขับรถยนต์ เป็นการกระตุ้นหรือเพิ่มอุณหภูมิให้เครื่องยนต์อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน และเป็นการรักษาอุปกรณ์ยานยนต์ไม่ให้เกิดการสึกกร่อนก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ ควรเช็คระบบการทำงานของเครื่องยนต์ ทั้งระบบไฟส่องทาง, ไฟสัญญาณ ล้อยางและลมยาง หรือส่วนสำคัญส่วนอื่นๆ รวมทั้ง ‘แบตเตอรี’ ก่อนการขับรถทุกครั้งเพื่อความมั่นใจและปลอดภัยตลอดทุกเส้นทาง

ก่อน สตาร์ทเครื่องยนต์ ควรเช็คระบบเกียร์ทุกครั้ง สำหรับระบบธรรมดา เกียร์ควรอยู่ในช่องเกียร์ว่าง ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติควรอยู่ที่ N หรือ P จากนั้นดึงเบรกมือไว้ เพื่อป้องกันการเคลื่อนของรถยนต์ขณะสตาร์ท
ปิด อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด เช่น เครื่องปรับอากาศ, เครื่องเสียง และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่ เพื่อให้แบตเตอรี่มีกำลังไฟที่เพียงพอในการสตาร์ท
บิดกุญแจไปยัง ตำแหน่ง [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องรถ | Read More »

ตู้ปิด กับ ตู้เปิด

ตู้ปิด กับ ตู้เปิด

การตีตู้นั้นคือการออกแบบตู้ให้มีขนาดเหมาะสมกับลำโพ งหรือซับวูลเฟอร์ที่เราจะใส่ลงไป ซึ่งสำหรับรถยนต์นั้นก็คงจะเห็นกันบ่อยแต่ตู้ซับวูฟเ ฟอร์ เพราะลำโพงที่อยู่ในประตูรถนั้น ในส่วนของประตูนี่แหละที่จะทำหน้าที่เป็นตู้ลำโพงให้ นั้นเอง แต่ถ้าเป็นเครื่องเสียงบ้านเราก็มักจะเห็นลำโพงอยู่ใ นตู้กันเป็นปกติอยู่แล้ว และหลักการพื้นฐานนั้นก็เหมือนๆกัน ซึ่งปกติที่พบเห็นกันบ่อยคงหนีไม่พ้น ตู้ปิด และ ตู้เปิด
1. ตู้ปิด หรือภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Acoustic suspension เป็นการออกแบบตู้ซับวูฟเฟอร์ให้ปิดทึบทุกด้านตามชื่อ ของมัน ซึ่งอากาศจะอยู่ภายในตู้นั้นจะไม่มีมีช่องทางให้อากา ศไหลเข้าหรือออกไปได้นั้นเอง แนวเสียงเบสของตู้ชนิดนี้ จะได้เสียงที่แน่น ลงลึก [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์ | Read More »

การตีตู้ลำโพงแบบต่างๆ

การตีตู้ลำโพงแบบต่างๆ

ตู้ลำโพงที่ใช้กับลำโพงซับวูฟเฟอร์ นั้นมี 3 แบบ
1.แบบตู้ปิด (SEALED)
2.แบบมีท่อ (VENTED)
3.แบบแบนพาส (BANDPASS)
1. ลำโพงแบบตู้ปิดหรือ SEALED ENCLOSURES
เป็นลำโพงที่นิยมที่สุด โดยสามารถควบคุมการขับกำลังวัตต์ของลำโพงได้สูงกว่าต ู้ลำโพงแบบอื่น หรือเรียกได้ว่าสามารถให้เสียงที่มีความดังระดับ SPL ได้ โดยต้องเลือกขนาดของตู้ ลำโพงให้เหมาะสมกับการใช้งาน อย่างไรก็ตาม เรื่องของกำลังวัตต์ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญทื่จะทำให้ลำโพงมีสมรรถนะได้ ดังนั้นจากมุมมองทางวิศวกรรม ลำโพงแบบตู้ปิด จึงได้ชื่อว่าเป็นการออกแบบที่ ” SIMPLE IS BETTER” (ยิ่งเรียบง่ายยิ่งดี)
แบบ SEALED ENCLOSURES (ตู้ปิด) เสียงเบส น้อยแต่ให้รายละเอียดสูง ตู้ลำโพงแบบแพงๆจะใช้สูตรนี้
2. ตู้ลำโพงแบบมีท่อ (VENTED ENCLOSURE)
คือตู้ลำโพงที่ให้ความสมดุลที่ดีระหว่าพารามิเตอร์ต่ าง [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์ | Read More »

การทดสอบกำลังไฟ

การทดสอบกำลังไฟ

ถ้า เราต้องการทราบว่าไฟที่จ่ายให้กับระบบเสียงของเรานั้นพอเพียงหรือไม่ สามารถกระทำได้โดยการวัดจาก VOM(Volt-Ohm-Meter) โดยเริ่มวัดแบตเตอรี่ทั้งในขณะที่ติดเครื่องยนต์และไม่ติดเครื่องยนต์ แล้วอ่านค่าทั้งสองสภาวะนี้เก็บเอาไว้ จากนั้นจึงย้ายไปวัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์ ก็จะได้ค่าแรงไฟมาตัวเลขหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้วความแตกต่างควรจะมีประมาณ ½ โวลท์ หรืออย่างมากก็ไม่ควรเกิน 1 โวลท์ กรณีนี้ถ้าคำนวณขนาดของสายไฟแรงดันถูกต้องความแตกต่างจะยิ่งน้อยกว่านี้ จากนั้นให้เปิดใช้ระบบเสียงในระดับความดังที่คิดว่า”ดังมากพอ” แล้ววัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์อีกครั้ง ถ้าเข็มมิเตอร์เต้นตามจังหวะของเพลง, ไฟบนหน้าปัดวิทยุมีอาการกระพริบ นั่นเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าไฟในรถมีอาการไม่พอเพียง
แต่ถ้าหากมีการลดลงของเข็ม วัดน้อยกว่า 1/10 โวลท์ ก็ถือเป็นปกติไม่ต้องพะวงมากนัก ซึ่งไฟที่ลดลงนั้นอาจมีผลมาจาก
สายไฟแรงดันที่ขั้วบวก หรือขั้วลบที่ลงกราวน์ อาจมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนของกระแสที่ไหลผ่าน
เกิดอิมพีแดนซ์อย่างรุนแรงในจุดต่อยึดบางจุดของสายไฟแรงดัน/หรือขั้วกราวน์ อาทิ ขั้วแบตเตอรี่เสื่อม, มีการต่อสายไฟแรงดันอย่างหลวมๆไม่บัดกรี, ขันหัวขั้วแบตเตอรี่ไม่แน่น,  ยึดหัวขั้วไฟกราวน์ไม่แน่น, ไม่ขูดสีตัวถังให้สะอาด หรือกราวน์ไม่สมบูรณ์
ขนาดของแบตเตอรี่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายกระแสไฟให้กับระบบเสียง หรือมีความจะของกระแสที่แบตเตอรี่น้อยเกินไป
แบตเตอรี่มีการคายประจุที่เร็วมาก(ผิดปกติ) [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องรถ, ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์, เรื่องทั่วไป | Read More »