ถ้า เราต้องการทราบว่าไฟที่จ่ายให้กับระบบเสียงของเรานั้นพอเพียงหรือไม่ สามารถกระทำได้โดยการวัดจาก VOM(Volt-Ohm-Meter) โดยเริ่มวัดแบตเตอรี่ทั้งในขณะที่ติดเครื่องยนต์และไม่ติดเครื่องยนต์ แล้วอ่านค่าทั้งสองสภาวะนี้เก็บเอาไว้ จากนั้นจึงย้ายไปวัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์ ก็จะได้ค่าแรงไฟมาตัวเลขหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้วความแตกต่างควรจะมีประมาณ ½ โวลท์ หรืออย่างมากก็ไม่ควรเกิน 1 โวลท์ กรณีนี้ถ้าคำนวณขนาดของสายไฟแรงดันถูกต้องความแตกต่างจะยิ่งน้อยกว่านี้ จากนั้นให้เปิดใช้ระบบเสียงในระดับความดังที่คิดว่า”ดังมากพอ” แล้ววัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์อีกครั้ง ถ้าเข็มมิเตอร์เต้นตามจังหวะของเพลง, ไฟบนหน้าปัดวิทยุมีอาการกระพริบ นั่นเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าไฟในรถมีอาการไม่พอเพียง
แต่ถ้าหากมีการลดลงของเข็ม วัดน้อยกว่า 1/10 โวลท์ ก็ถือเป็นปกติไม่ต้องพะวงมากนัก ซึ่งไฟที่ลดลงนั้นอาจมีผลมาจาก
สายไฟแรงดันที่ขั้วบวก หรือขั้วลบที่ลงกราวน์ อาจมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนของกระแสที่ไหลผ่าน
เกิดอิมพีแดนซ์อย่างรุนแรงในจุดต่อยึดบางจุดของสายไฟแรงดัน/หรือขั้วกราวน์ อาทิ ขั้วแบตเตอรี่เสื่อม, มีการต่อสายไฟแรงดันอย่างหลวมๆไม่บัดกรี, ขันหัวขั้วแบตเตอรี่ไม่แน่น, ยึดหัวขั้วไฟกราวน์ไม่แน่น, ไม่ขูดสีตัวถังให้สะอาด หรือกราวน์ไม่สมบูรณ์
ขนาดของแบตเตอรี่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายกระแสไฟให้กับระบบเสียง หรือมีความจะของกระแสที่แบตเตอรี่น้อยเกินไป
แบตเตอรี่มีการคายประจุที่เร็วมาก(ผิดปกติ) [...]