Home » ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์ You are browsing entries filed in “ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์”

ตู้ปิด กับ ตู้เปิด

ตู้ปิด กับ ตู้เปิด

การตีตู้นั้นคือการออกแบบตู้ให้มีขนาดเหมาะสมกับลำโพ งหรือซับวูลเฟอร์ที่เราจะใส่ลงไป ซึ่งสำหรับรถยนต์นั้นก็คงจะเห็นกันบ่อยแต่ตู้ซับวูฟเ ฟอร์ เพราะลำโพงที่อยู่ในประตูรถนั้น ในส่วนของประตูนี่แหละที่จะทำหน้าที่เป็นตู้ลำโพงให้ นั้นเอง แต่ถ้าเป็นเครื่องเสียงบ้านเราก็มักจะเห็นลำโพงอยู่ใ นตู้กันเป็นปกติอยู่แล้ว และหลักการพื้นฐานนั้นก็เหมือนๆกัน ซึ่งปกติที่พบเห็นกันบ่อยคงหนีไม่พ้น ตู้ปิด และ ตู้เปิด
1. ตู้ปิด หรือภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Acoustic suspension เป็นการออกแบบตู้ซับวูฟเฟอร์ให้ปิดทึบทุกด้านตามชื่อ ของมัน ซึ่งอากาศจะอยู่ภายในตู้นั้นจะไม่มีมีช่องทางให้อากา ศไหลเข้าหรือออกไปได้นั้นเอง แนวเสียงเบสของตู้ชนิดนี้ จะได้เสียงที่แน่น ลงลึก [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์ | Read More »

การตีตู้ลำโพงแบบต่างๆ

การตีตู้ลำโพงแบบต่างๆ

ตู้ลำโพงที่ใช้กับลำโพงซับวูฟเฟอร์ นั้นมี 3 แบบ
1.แบบตู้ปิด (SEALED)
2.แบบมีท่อ (VENTED)
3.แบบแบนพาส (BANDPASS)
1. ลำโพงแบบตู้ปิดหรือ SEALED ENCLOSURES
เป็นลำโพงที่นิยมที่สุด โดยสามารถควบคุมการขับกำลังวัตต์ของลำโพงได้สูงกว่าต ู้ลำโพงแบบอื่น หรือเรียกได้ว่าสามารถให้เสียงที่มีความดังระดับ SPL ได้ โดยต้องเลือกขนาดของตู้ ลำโพงให้เหมาะสมกับการใช้งาน อย่างไรก็ตาม เรื่องของกำลังวัตต์ ก็เป็นเรื่องที่สำคัญทื่จะทำให้ลำโพงมีสมรรถนะได้ ดังนั้นจากมุมมองทางวิศวกรรม ลำโพงแบบตู้ปิด จึงได้ชื่อว่าเป็นการออกแบบที่ ” SIMPLE IS BETTER” (ยิ่งเรียบง่ายยิ่งดี)
แบบ SEALED ENCLOSURES (ตู้ปิด) เสียงเบส น้อยแต่ให้รายละเอียดสูง ตู้ลำโพงแบบแพงๆจะใช้สูตรนี้
2. ตู้ลำโพงแบบมีท่อ (VENTED ENCLOSURE)
คือตู้ลำโพงที่ให้ความสมดุลที่ดีระหว่าพารามิเตอร์ต่ าง [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์ | Read More »

การทดสอบกำลังไฟ

การทดสอบกำลังไฟ

ถ้า เราต้องการทราบว่าไฟที่จ่ายให้กับระบบเสียงของเรานั้นพอเพียงหรือไม่ สามารถกระทำได้โดยการวัดจาก VOM(Volt-Ohm-Meter) โดยเริ่มวัดแบตเตอรี่ทั้งในขณะที่ติดเครื่องยนต์และไม่ติดเครื่องยนต์ แล้วอ่านค่าทั้งสองสภาวะนี้เก็บเอาไว้ จากนั้นจึงย้ายไปวัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์ ก็จะได้ค่าแรงไฟมาตัวเลขหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้วความแตกต่างควรจะมีประมาณ ½ โวลท์ หรืออย่างมากก็ไม่ควรเกิน 1 โวลท์ กรณีนี้ถ้าคำนวณขนาดของสายไฟแรงดันถูกต้องความแตกต่างจะยิ่งน้อยกว่านี้ จากนั้นให้เปิดใช้ระบบเสียงในระดับความดังที่คิดว่า”ดังมากพอ” แล้ววัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์อีกครั้ง ถ้าเข็มมิเตอร์เต้นตามจังหวะของเพลง, ไฟบนหน้าปัดวิทยุมีอาการกระพริบ นั่นเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าไฟในรถมีอาการไม่พอเพียง
แต่ถ้าหากมีการลดลงของเข็ม วัดน้อยกว่า 1/10 โวลท์ ก็ถือเป็นปกติไม่ต้องพะวงมากนัก ซึ่งไฟที่ลดลงนั้นอาจมีผลมาจาก
สายไฟแรงดันที่ขั้วบวก หรือขั้วลบที่ลงกราวน์ อาจมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนของกระแสที่ไหลผ่าน
เกิดอิมพีแดนซ์อย่างรุนแรงในจุดต่อยึดบางจุดของสายไฟแรงดัน/หรือขั้วกราวน์ อาทิ ขั้วแบตเตอรี่เสื่อม, มีการต่อสายไฟแรงดันอย่างหลวมๆไม่บัดกรี, ขันหัวขั้วแบตเตอรี่ไม่แน่น,  ยึดหัวขั้วไฟกราวน์ไม่แน่น, ไม่ขูดสีตัวถังให้สะอาด หรือกราวน์ไม่สมบูรณ์
ขนาดของแบตเตอรี่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายกระแสไฟให้กับระบบเสียง หรือมีความจะของกระแสที่แบตเตอรี่น้อยเกินไป
แบตเตอรี่มีการคายประจุที่เร็วมาก(ผิดปกติ) [...]

May 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องรถ, ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์, เรื่องทั่วไป | Read More »