Alai2u.com เว็บประกาศ ซื้อ-ขาย อะไหล่ รถ ทุกชนิด
  • Home
  • เรื่องทั่วไป
  • ความรู้เรื่องรถ
  • ความรู้เรื่องยาง
  • ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์
  • อะไหล่ล่าสุด
  • สมัครสมาชิก
  • ประกาศ ซื้อ-ขาย อะไหล่
  • เกี่ยวกับเรา
Home » ความรู้เรื่องรถ You are browsing entries filed in “ความรู้เรื่องรถ”

ไฟตัดหมอก แฟชั่น..อันตราย!

ไฟตัดหมอก แฟชั่น..อันตราย!

เสียงบ่นจากผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนนมีมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับแสงไฟสว่างจ้าจนบางครั้งเกินความจำเป็น ที่สาดส่องมาจากรถที่วิ่งอยู่บนถนน
เสียงบ่นจากผู้ขับขี่รถยนต์บน ท้องถนนมีมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับแสงไฟสว่างจ้าจนบางครั้งเกินความจำเป็น ที่สาดส่องมาจากรถที่วิ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน
ไฟตัดหมอก อุปกรณ์แต่งรถที่กำลังเป็นแฟชั่นระบาดไปทั่วทั้งรถเก๋ง และรถปิกอัพ คือ ที่มาของแสงสว่างจ้าบนท้องถนนยามค่ำคืน
การเปิดไฟตัดหมอกอาจดูเท่ใน สายตาเจ้าของรถ แต่สำหรับผู้ขับขี่ที่โดนแสงไฟตัดหมอกที่ เปิดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม สาดใส่แล้วละก็กลับกลายเป็นความทุกข์ที่ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็น และต้องจำทนกับสภาพนี้โดยทำอะไรไม่ได้มากนอกจากขับหนี หรือปล่อยให้แซงหน้าไป
จากการใช้งานในช่วงเวลาที่ผิดนี้เอง อาจทำให้คุณประโยชน์ที่มีมหาศาลของไฟตัดหมอก กลายเป็นแค่สินค้าแฟชั่น ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุแก่รถยนต์คันอื่นบนท้องถนนได้
ความ จริงไฟตัดหมอกมี มานานแล้ว แต่ในเมืองไทยยังไม่เป็นที่นิยมเพราะราคาแพงและไม่มีความจำเป็น  จึงมีให้เห็นเฉพาะกับรถนำเข้าจากเขตเมืองหนาวหรือเขตเมืองที่อยู่สูงกว่า ระดับน้ำทะเลมากๆ เท่านั้น  ต่อมาค่านิยมเริ่มเปลี่ยนไป  เพราะการติดไฟตัดหมอกถือว่าเท่และทันสมัย ประกอบกับราคาที่ถูกลงจึงมีการหาซื้อมาดัดแปลงติดตั้งเพิ่มเติมกัน  แม้แต่รถที่ผลิตในเมืองไทยก็ยังนิยมติดไฟตัดหมอก
“ไฟตัดหมอก” ถือกำเนิดขึ้นมาในแถบประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง อากาศหนาว หรือประเทศที่เป็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำทำให้มีฝนตกบ่อยตลอดทั้งปี  มีบรรยากาศที่ขมุกขมัวหรือมีหมอกเป็นส่วนมาก ดังนั้น [...]

พฤษภาคม 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องรถ | Read More »

การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์

การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์

การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์ เป็นการกระตุ้นการทำงานของเครื่องยนต์ และตรวจเช็คสภาพความพร้อมระบบต่างๆ ของรถยนต์ เพราะเวลาอากาศเย็น ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์จะลดน้อยลง เพราะน้ำมันหล่อลื่นจะเกิดการจับตัวและมีความหนืดมาก ทำให้การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ช้าลง ถ้าไม่ได้วอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์อาจทำให้อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเกิดการสึก กร่อนได้ง่าย
การวอร์มเครื่อง ยนต์และแบตเตอรี่ก่อนการขับรถยนต์ เป็นการกระตุ้นหรือเพิ่มอุณหภูมิให้เครื่องยนต์อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน และเป็นการรักษาอุปกรณ์ยานยนต์ไม่ให้เกิดการสึกกร่อนก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ ควรเช็คระบบการทำงานของเครื่องยนต์ ทั้งระบบไฟส่องทาง, ไฟสัญญาณ ล้อยางและลมยาง หรือส่วนสำคัญส่วนอื่นๆ รวมทั้ง ‘แบตเตอรี’ ก่อนการขับรถทุกครั้งเพื่อความมั่นใจและปลอดภัยตลอดทุกเส้นทาง

ก่อน สตาร์ทเครื่องยนต์ ควรเช็คระบบเกียร์ทุกครั้ง สำหรับระบบธรรมดา เกียร์ควรอยู่ในช่องเกียร์ว่าง ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติควรอยู่ที่ N หรือ P จากนั้นดึงเบรกมือไว้ เพื่อป้องกันการเคลื่อนของรถยนต์ขณะสตาร์ท
ปิด อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ทั้งหมด เช่น เครื่องปรับอากาศ, เครื่องเสียง และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่ เพื่อให้แบตเตอรี่มีกำลังไฟที่เพียงพอในการสตาร์ท
บิดกุญแจไปยัง ตำแหน่ง [...]

พฤษภาคม 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องรถ | Read More »

การทดสอบกำลังไฟ

การทดสอบกำลังไฟ

ถ้า เราต้องการทราบว่าไฟที่จ่ายให้กับระบบเสียงของเรานั้นพอเพียงหรือไม่ สามารถกระทำได้โดยการวัดจาก VOM(Volt-Ohm-Meter) โดยเริ่มวัดแบตเตอรี่ทั้งในขณะที่ติดเครื่องยนต์และไม่ติดเครื่องยนต์ แล้วอ่านค่าทั้งสองสภาวะนี้เก็บเอาไว้ จากนั้นจึงย้ายไปวัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์ ก็จะได้ค่าแรงไฟมาตัวเลขหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้วความแตกต่างควรจะมีประมาณ ½ โวลท์ หรืออย่างมากก็ไม่ควรเกิน 1 โวลท์ กรณีนี้ถ้าคำนวณขนาดของสายไฟแรงดันถูกต้องความแตกต่างจะยิ่งน้อยกว่านี้ จากนั้นให้เปิดใช้ระบบเสียงในระดับความดังที่คิดว่า”ดังมากพอ” แล้ววัดที่ขั้ว B+ ตรงเพาเวอร์แอมป์อีกครั้ง ถ้าเข็มมิเตอร์เต้นตามจังหวะของเพลง, ไฟบนหน้าปัดวิทยุมีอาการกระพริบ นั่นเป็นหลักฐานชี้ชัดว่าไฟในรถมีอาการไม่พอเพียง
แต่ถ้าหากมีการลดลงของเข็ม วัดน้อยกว่า 1/10 โวลท์ ก็ถือเป็นปกติไม่ต้องพะวงมากนัก ซึ่งไฟที่ลดลงนั้นอาจมีผลมาจาก
สายไฟแรงดันที่ขั้วบวก หรือขั้วลบที่ลงกราวน์ อาจมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนของกระแสที่ไหลผ่าน
เกิดอิมพีแดนซ์อย่างรุนแรงในจุดต่อยึดบางจุดของสายไฟแรงดัน/หรือขั้วกราวน์ อาทิ ขั้วแบตเตอรี่เสื่อม, มีการต่อสายไฟแรงดันอย่างหลวมๆไม่บัดกรี, ขันหัวขั้วแบตเตอรี่ไม่แน่น,  ยึดหัวขั้วไฟกราวน์ไม่แน่น, ไม่ขูดสีตัวถังให้สะอาด หรือกราวน์ไม่สมบูรณ์
ขนาดของแบตเตอรี่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายกระแสไฟให้กับระบบเสียง หรือมีความจะของกระแสที่แบตเตอรี่น้อยเกินไป
แบตเตอรี่มีการคายประจุที่เร็วมาก(ผิดปกติ) [...]

พฤษภาคม 10 2010 | Posted in ความรู้เรื่องรถ, ความรู้เรื่องเครื่องเสียงรถยนต์, เรื่องทั่วไป | Read More »

จัมพ์แบต เรื่องง่ายๆที่ทำ(ไม่)ยาก

จัมพ์แบต เรื่องง่ายๆที่ทำ(ไม่)ยาก

จัมพ์แบต เรื่องง่ายๆที่ทำ(ไม่)ยาก
เวลาขับรถบนท้องถนน ความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด แต่บ่อยครั้งก็มักเกิดปัญหาไม่คาดคิดโดยเฉพาะปัญหาแบตเตอรี่หมด ที่ทำให้ระบบเครื่องยนต์หยุดชะงัก และเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขเฉพาะหน้า ด้วยวิธีการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ หรือที่เรียกกันติดปากว่า “จัมพ์แบตเตอรี่” เพื่อให้เกิดกำลังไฟเพียงพอที่จะทำให้ระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ทำงาน และสามารถเดินรถต่อไปได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

ขั้นตอนที่ 2 ต่อหัวสายพ่วงสีแดงอีกด้านเข้ากับขั้วบวกแบตเตอรี่รถที่มีไฟ
นายประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการ บริษัท สยามยีเอส แบตเตอรี่ จำกัด และบริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “GS แบตเตอรี่” ให้คำแนะนำว่าปัญหาของแบตเตอรี่หมดระหว่างการขับรถบนท้องถนนอาจเกิดได้จาก หลายสาเหตุ ทั้งสายต่อไดชาร์จหลวม น้ำกลั่นหมด แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือกำลังไฟของแบตเตอรี่มีไม่เพียงพอ การจัมพ์แบตเตอรี่เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยจะต้องมีสายพ่วงแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์เสริม และต่อสายพ่วงกับรถยนต์อีกคันหนึ่งในการชาร์จไฟ เพื่อให้ระบบได้ทำงาน หลังจากนั้นจึงนำรถยนต์ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ และเช็คสภาพความพร้อมของเครื่องยนต์จากช่างผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งหนึ่ง

ขั้นตอนที่ 3 ต่อหัวสายพ่วงสีดำหรือเขียวเข้ากับขั้วลบแบตเตอรี่ที่มีไฟ
“การ จัมพ์แบตเตอรี่สามารถทำได้เอง แต่ต้องระมัดระวัง เพราะแบตเตอรี่ มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำกรดที่มีคุณสมบัติเป็นตัวการกัดกร่อนพื้นผิว ซึ่งขณะที่แบตเตอรี่กำลังทำงานจะเกิดก๊าซไฮโดรเจนสะสมในตัวแบตเตอรี่ จึงควรระวังในเรื่องประกายไฟ เพราะอาจเกิดอันตรายระหว่างจัมพ์แบตเตอรี่ได้”
**วิธีการ ‘จัมพ์แบตเตอรี่’**
เมื่อแบตเตอรี่หมดให้ปิดสวิตช์กุญแจและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของรถและ ขอความช่วยเหลือจากรถยนต์ที่มีแบตเตอรี่ เพื่อต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ นำหัวสายพ่วงของสายพ่วงสีแดงซึ่งเป็นสายขั้วบวกมาต่อกับขั้วบวก [...]

พฤศจิกายน 7 2009 | Posted in ความรู้เรื่องรถ | Read More »

คืนสู่ยุคเทอร์โบ

คืนสู่ยุคเทอร์โบ

คืนสู่ยุคเทอร์โบ

ก็ เป็นที่ทราบกันแล้วว่าอุปกรณ์ที่สามารถจะเพิ่มพลังและประสิทธิภาพให้กับ เครื่องยนต์ชนิดลูกสูบมีอยู่2ชนิดเท่านั้นก็คือระบบเทอร์โบ ชาร์จ กับระบบซูเปอร์ชาร์จ ซึ่งต่างก็มีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกันออกไป ความแตกต่างที่ไม่ห่างจากกันนัก ก็เลยเป็นเรื่องท้าทายทาง วิศวกรรมกันมาโดยตลอด เป็นเวลากว่า 50 ปี ซึ่งอันที่จริงระบบอัดอากาศชนิดเทอร์โบชาร์จ ก็ได้มีการจดสิทธิบัตรกันไว้ ตั้งร่วมร้อยปี มาแล้ว แต่ก็ยังหาวัสดุที่เหมาะสม และมีความคงทนต่อการใช้งานยังไม่ได้ จนกาลเวลาผ่านไปร่วม ๆ 30 ปี เห็นจะได้ จึงสามารถพบวัสดุ ที่คงทนมาใช้ แต่รายละเอียดทางด้านทางเทคนิคก็ยังมีไม่มาก แม้กระทั่งวิธีการผลิต จึงทำให้มีต้นทุนสูงและมีอายุใช้งานไม่นาน ด้วย เหตุผลหลายประการ ก็เลยมีแต่ซูเปอร์ชาร์จ เท่านั้น ที่ครองตลาดในยุคก่อน

พฤศจิกายน 7 2009 | Posted in ความรู้เรื่องรถ | Read More »

หน้าต่อไป

Most Recent

  • Opinions
  • Posts
  1. KINGRPG: อันตรายจริงๆ -*- ไฟตัดชีวิต
  2. A man: ไฟเลี้ยวด้านหลังเป็นสีแดงก็ได้ นะครับ
  3. pana: ทำไมไม่จับร้านที่มันติดตั้งไฟ (แบบโคตรแยงตา) เห็นมีอยู่เต็มไปหมด
  1. ไฟตัดหมอก แฟชั่น..อันตราย!
  2. การวอร์มแบตเตอรี่เครื่องยนต์
  3. ตู้ปิด กับ ตู้เปิด
  4. การตีตู้ลำโพงแบบต่างๆ
  5. การทดสอบกำลังไฟ
  6. ตัวเลขกับตัวย่อที่แก้มยาง
  • Home
  • อะไหล่ล่าสุด
  • สมัครสมาชิก
  • ประกาศ ซื้อ-ขาย อะไหล่
  • เกี่ยวกับเรา
  • RSS

© 2010 www.alai2u.com. All Rights Reserved . เข้าสู่ระบบ -