|

ตู้ปิด กับ ตู้เปิด

ตู้ปิด ตู้เปิด

ตู้ปิด ตู้เปิด

การตีตู้นั้นคือการออกแบบตู้ให้มีขนาดเหมาะสมกับลำโพ งหรือซับวูลเฟอร์ที่เราจะใส่ลงไป ซึ่งสำหรับรถยนต์นั้นก็คงจะเห็นกันบ่อยแต่ตู้ซับวูฟเ ฟอร์ เพราะลำโพงที่อยู่ในประตูรถนั้น ในส่วนของประตูนี่แหละที่จะทำหน้าที่เป็นตู้ลำโพงให้ นั้นเอง แต่ถ้าเป็นเครื่องเสียงบ้านเราก็มักจะเห็นลำโพงอยู่ใ นตู้กันเป็นปกติอยู่แล้ว และหลักการพื้นฐานนั้นก็เหมือนๆกัน ซึ่งปกติที่พบเห็นกันบ่อยคงหนีไม่พ้น ตู้ปิด และ ตู้เปิด
1. ตู้ปิด หรือภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Acoustic suspension เป็นการออกแบบตู้ซับวูฟเฟอร์ให้ปิดทึบทุกด้านตามชื่อ ของมัน ซึ่งอากาศจะอยู่ภายในตู้นั้นจะไม่มีมีช่องทางให้อากา ศไหลเข้าหรือออกไปได้นั้นเอง แนวเสียงเบสของตู้ชนิดนี้ จะได้เสียงที่แน่น ลงลึก แถมยังมีข้อดีที่จูนง่าย รวมถึงยังใช้ขนาดตู้ไม่ใหญ่มาก แต่เสียงที่ได้ค่อนข้างดี และเป็นตู้ที่ผมชอบมากที่สุดอีกด้วย ส่วนข้อเสียคือต้องใช้กำลังขับจากแอมป์ค่อนข้างมากกว ่าตู้แบบอื่น แต่ด้วยเทคโนโลยีในสมัยนี้นั้น เรื่องกำลังขับคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพียงแต่ต้องเลือกแอมป์และซับวูฟเฟอร์ให้เหมาะสมกัน รวมถึงแนวเสียงของซับก็ต้องเลือกให้ถูกใจผู้ฟัง และขนาดตู้นั้นก็ต้องให้เหมาะสมกันด้วย

2. ตู้เปิด หรือภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Bass reflex ตู้ชนิดนี้นั้นจะมีรูหรือท่อช่วยระบายเสียงเบส โดยการออกแบบนั้นจะต้องคำนวนให้ดี เพราะต้องคำนึงถึงการผลักของอากาศให้ไปในทิศทางเดียว กันเสมอ จุดประสงค์ของตู้เปิดนั้นคือ ให้เสียงเบสที่ค่อนข้างมาก (ปริมาณเสียงเบส) ในขณะที่ใช้กำลังขับจากแอมป์ที่เท่ากัน ซึ่งข้อดีก็คือได้เสียงที่ดังกว่าตู้ปิด แต่ข้อเสียก็คือคุณภาพเสียงเบสนั้นจะไม่แน่น ลงลึก เท่ากับตู้ปิด รวมถึงขนาดตู้ก็ค่อนข้างจะมีขนาดใหญ่

นอกจากนี้ก็ยังมีตู้แบบอื่นๆอีก เช่น Bandpass ที่หลังๆก็เริ่มได้ความนิยมกันมากขึ้นเพราะดูสวยงาม

Tags: ,

Leave a Reply